ดวงดาวในจักรวาลมีอิทธิพลในการปรุงแต่งความคิดของมนุษย์ แนวความคิดนี้ถือเป็นแนวความคิดที่ใหม่สำหรับคนทุกคน เราเชื่อว่าหากจะมีบุคคลที่มีแนวความคิดในแนวทางดังกล่าวนี้ก็คงจะมีอยู่น้อยมาก และตลอดช่วงชีวิตของเราก็ไม่เคยได้ยินใครกล่าวถึงหรือประกาศแนวความคิดนี้ออกมาเลย เห็นจะมีแต่เราเท่านั้นที่จะกล่าวถึงแนวความคิดนี้ต่อผู้อื่น แนวความคิดที่ว่าดวงดาวในจักรวาลมีอิทธิพลกำหนดรูปแบบของมนุษย์นั้นจึงถือเป็นแนวความคิดใหม่บนโลก แนวความคิดนี้เรามิได้คิดขึ้นเอาเองมาลอย ๆ หรือมิใช่การคิดชื่อโหราศาสร์มาใหม่เพื่อให้ดูน่าสนใจเพื่อดึงดูดให้คนมาดูดวงแต่อย่างไร เพียงแต่เราต้องการบอกว่าดวงดาวปรุงแต่งความคิดของมนุษย์ไว้แล้ว ซึ่งจะส่งผลถึงอุปนิสัย และการกระทำอื่น ๆ ของมนุษย์

แนวความคิดที่ว่าดวงดาวในจักรวาลมีอิทธิพลต่อมนุษย์ทำให้มีจิตคิดปรุงแต่ง ความต้องการแรกเริ่มของเราคือเราเกิดความสงสัยว่าเหตุใดโหราศาสตร์สามารถทำนายอุปนิสัยของคนได้เมื่อเราได้เริ่มศึกษาโหราศาสตร์หลาย ๆ แขนงเราจึงเริ่มเกิดความสงสัยว่าเหตุใดไม่ว่าจะเป็นโหราศาสตร์ใดก็สามารถที่จะทำนายอุปนิสัยของคนในแบบที่มีความแม่นยำที่ใกล้เคียงกันได้ แม้ว่าจะเป็นโหราศาสตร์ที่มีหลักการการทำนายในแบบโบราณและวิธีการคำนวณก็อาจจะต้องกันไป แต่ที่เหมือนกันนั่นก็คือใช้ดวงดาวในการทำนายเป็นหลัก (และอาจจะผสมกับความเชื่อไปด้วย) เราจึงตั้งสมมุติฐานเอาไว้เบื้องต้นก่อนว่าดวงดาวน่าจะเป็นตัวกำหนดอุปนิสัยของคนได้ เมื่อได้มาศึกษาโหราศาสตร์สากล (โหราศาสตร์ที่ใช้การคำนวณการโคจรของดวงดาวตามความเป็นจริง) ซึ่งเป็นโหราศาสตร์ที่มีหลักการที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์มากกว่า เราจึงได้เข้าใจว่าแท้จริงแล้วอุปนิสัยก็มาจากความคิดของคนนั่นเองนี่แหละ เพราะหากเราจะลงรายละเอียดของอุปนิสัยของคนแล้วเราก็จะเจอความคิดในรูปแบบต่าง ๆ หลอมรวมกันจนเป็นอุปนิสัยดังกล่าวตามที่เราเป็นได้นั่นเอง หากคนเรามีอุปนิสัยต่างกันย่อมก็ย่อมหมายความว่ามีความคิดที่แตกต่างกันนั่นเอง ฉะนั้นแล้วแท้ที่จริงดวงดาวในจักรวาลของเรานี้น่าจะมีอิทธิพลถึงขั้นกำหนดรูปแบบความคิดของมนุษย์ได้ ในตอนนี้เราจึงมีสมมุติฐานใหม่ที่ว่าดวงดาวในจักรวาลมีอิทธิพลให้มนุษย์มีจิตคิดปรุงแต่ง

ในทางโหราศาสตร์มีการใช้พยากรณ์จากตำแหน่งของดวงดาวในดวงชะตามานานแล้ว แต่ยังไม่สามารถทำให้เป็นวิทยาศาสตร์ได้ เพราะว่าใช้ดาวในการพยากรณ์น้อยเกินไป เพราะดาวอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลนั้นยังไม่ได้นำมาทำนายอีกมากมาย และมักจะโยนไปหาสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ไปหาวิธีการทางศาสนาหรือความเชื่ออื่น ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลย อีกทั้งยังขาดการเจาะจงอีกว่าดวงดาวกำหนดรูปแบบความคิดของมนุษย์ไว้แล้ว จึงดูเหมือนเป็นความเชื่อเพราะขาดที่มาว่าอนาคตที่ทำนายจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ดวงดาวในระบบจักรวาลมีนับล้านดวง แต่ส่วนใหญ่นำมาใช้จริงมีประมาณ 10 - 20 ดวงเท่านั้น จึงทำให้ขาดรายละเอียดความคิดของมนุษย์ในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องนำดาวทุกดวงมาใช้ในการทำนายทั้งหมด แต่ผมเห็นว่ามีดาวที่น่าสนใจที่น่าจะมาทำนายอีกมากกมาย ซึ่งมีความหมายที่ทำให้เราได้เห็นถึงมุมต่าง ๆ ของชีวิตมนุษย์ได้มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างความหมาย เช่น การคิดถึงตนเอง, การคิดถึงผู้อื่น, ความง่าย, ความยาก, ความขัดแย้ง, ความสูง, การโจมตี, การเอาชนะ, ความคุ้มค่า, ความเป็นส่วนตัว, ความสัมพันธ์, เพศ, สุขภาพ เป็นต้น ซึ่งแต่ละคนก็จะมีมากน้อยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดาวในดวงชะตาของแต่ละคน เช่น ดวงอาทิตย์หมายถึงตนเอง ดวงจันทร์หมายถึงผู้อื่น จึงทำให้ทุกคนจะมีการคิดถึงตนเองและคล้อยตามผู้อื่นเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันกันตรงที่ แต่ละคนจะมีมากน้อยไม่เท่ากัน และเน้นไปที่เรื่องใดไม่เหมือนกัน

อิทธิพลของดวงดาวทำให้มนุษย์มีจิตคิดปรุงแต่งที่แตกต่างกันจะส่งผลให้แต่ละคนมีการทำงานและการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน สามารถเข้ากับผู้อื่นได้แตกต่างกัน, มีความรักที่แตกต่างกัน, ทัศนคติทางเพศที่แตกต่างกัน และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยสิ่งที่แสดงออกมานั้นเราจะสามารถคาดการได้ว่ามาจากอิทธิพลของดาวดวงใด และเราจะสามารถหาเวลาเกิดจากอุปนิสัยได้ในที่สุด ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ว่าดวงดาวนั้นมีอิทธิพลต่อรูปแบบความคิดของมนุษย์จริง และหากเรามีความเข้าใจและมีสมาธิลดการคิดปรุงแต่งไปตามดาว ก็จะเหนือดวงได้ในชั่วขณะนั้นได้


ดูเพิ่มเติม

Share :