สิ่งสำคัญในการศึกษาโหราศาสตร์ไม่ว่าแขนงใดก็ย่อมต้องศึกษาในเรื่องความหมายของดาวแต่ละดวงให้ได้เสียก่อน ก่อนที่จะนำดาวดวงนั้นไปใช้ในการทำนาย หากท่านที่เคยศึกษาโหราศาสตร์ไม่ว่าแขนงใดก็ตามจะสามารถสังเกตเห็นได้ว่า ดาวหนึ่งดวงมีการบัญยัติความหมายของดาวดวงนั้นมากกว่าหนึ่งความหมายเสมอ ดาวหนึ่งดวงอาจตีความหมายได้เปนสิบหรือเป็นร้อยความหมายตามแต่โหราศาสตร์แขนงนั้นหรือผู้พยากรณ์ผู้นั้นก็ได้ ซึ่งก็ย่อมเป็นสิ่งที่ยากลำบากสำหรับผู้ที่ศึกษา เพราะเมื่อนำไปใช้ในการทำนายก็ต้องมาดูอีกที่ว่าจะทำนายโดยใช้ความหมายไหน แน่นอนว่าผู้ทำนายส่วนใหญ่ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าหากนำความหมายทั้งหมดของดาวดวงนั้นมาใช้ในคราวเดียวย่อมมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ การทำนายจึงต้องเลือกใช้ความหมายบางความหมายในการทำนายเป็นราย ๆ ไป สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความหมายของดาวแต่ละดวงที่บัญญัติมานั้นยังไม่ใช่ความหมายที่แท้จริงของดาวนั้นจริง ๆ เพราะหากความหมายที่บัญญัติมานั้นตรงกับอิทธิพลของดาวนั้นจริงนั่นย่อมหมายความว่า ผู้ทำนายย่อมสามารถที่จะใช้คำทำนายเดียวกันนั้นทำนายให้กับใครก็ได้ที่มีดาวดวงเดียวกันอยู่ในตำแหน่งเดียวกันได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความหมายที่สอง, สาม, สี่ ... มาเป็นความหมายสำรองแต่อย่างใด ความหมายของดาวที่นำมาใช้ส่วนใหญ่จึงมีลักษณะที่สามารถดิ้นหรือพลิกแพลงไปมาได้เสมอ

เหตุที่เป็นเช่นนี้ประการสำคัญก็คือ จำนวนดาวที่นำมาใช้ในการทำนายนั้นมีน้อยเกินไป โดยส่วนใหญ่แล้วนักโหราศาสตร์จะใช้ดาวหลัก ๆ ที่คนส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันอยู่แล้ว ได้แก่ ดวงอาทิตย์, ดวงจันทร์, ดาวพุธ, ดาวศุกร์, ดาวอังอาร, ดาวพฤหัส, ดาวเสาร์ หรือเต็มที่ก็มีดาวยูเรนัส, ดาวเนปจูน, ดาวพลูโต หรืออาจมีการนำดาวพระเคราะห์น้อยอื่น ๆ มาใช้ด้วยก็มีอยู่ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีลักษณะที่ว่าเคยใช้กันมากี่ดวงก็ใช้ตามนั้นแล้วก็หยุดอยู่แค่นั้น และก็มิได้คิดว่าดาวดวงอื่นก็มีอิทธิพลต่อมนุษยเช่นกัน ขัดกับความเจริญก้าวหน้าทางดาราศาสตร์ของมนุษย์ที่สามารถค้นพบดาวในจักรวาลอื่น ๆ อีกมากมาย การใช้ดาวเพียงแค่ที่กล่าวมาจึงเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับดาวทั้งหมดในจักรวาล ประเด็นนี้ส่งผลต่อการพยากรณ์อย่างไร ? นั่นคือ การใช้ดาวน้อยทำให้ปัจจัยในการทำนายก็มีน้อย แต่ในความเป็นจริงนักโหราศาสตร์ต้องการที่จะทำนายทุกเรื่องในชีวิต และก็ใช้ดาวเพียงแค่เศษเสี้ยวของทั้งหมดในจักรวาลนี้แหละทำนายเรื่องทุกเรื่องในชีวิต ส่งผลให้ความหมายของดาวหนึ่งดวงมีมากมายหลายความหมาย เพื่อให้การพยากรณ์ครอบคลุมทุกเรื่องในชีวิตของมนุษย์ได้ทั้งหมด นอกจากนี้โหราศาสตร์บางแขนงก็อาจมีการเพิ่มลูกเล่นในการทำนายให้มีมากขึ้นเพื่อเพิ่มการตีความให้มีความหลากหลายมากขึ้นด้วย ทั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการใช้ดาวที่จำกัดอยู่แค่ไม่กี่ดวงนั่นเอง ส่วนเรื่องความแม่นยำนั้นก็เป็นอีกเรื่องนึง ซึ่งความแม่นยำนั้นมักจะเกิดมาจากประสบการณ์หรือจากความสามารถส่วนตัวของผู้พยากรณ์เองมากกว่าที่จะเกิดจากความแม่นยำทางทฤษฎีของโหราศาสตร์

โหรศาสตร์ทำนายความคิดนี้ ผู้เขียนถือว่าดาวในจักรวาลทุกดวงล้วนแต่มีอิทธิพลต่อมนุษย์ด้วยกันทั้งสิ้น ผู้เขียนจะไม่จำกัดว่าจะต้องใช้ดาวใดและไม่ใช้ดาวดวงใด จำนวนดาวที่ในการพยากรณ์นั้นจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามการวิจัยของผู้เขียน ความหมายของดาวแต่ละดวงนั้นจะมีความหมายที่แท้จริงเพียงแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น (แต่ดาวบางดวงอาจมีความหมายที่เปลี่ยนไปบ้างไปเมื่ออยู่ต่างเรือนชะตากัน ซึ่งจะกล่าวรายละเอียดในบทต่อไป) และจะไม่มีดาวใดที่มีความหมายมากมายจนไปซ้อนทับกับความหมายของดาวอื่น และการพยากรณ์ใด ๆ ก็จะไม่พยากรณ์เกินไปกว่าความหมายของดาวดวงนั้น ๆ เพราะจะทำให้ความหมายที่ตีความเพิ่มมานั้นไปซ้อนทับกับความหมายของดาวอื่น ๆ ทั้งที่ค้นพบแล้วและยังไม่ค้นพบ กล่าวได้ว่าหลักการของผู้เขียนนั้นใช้ดาวหลายดวง และดาวที่นำมาใช้นั้นมีความหมายที่แน่นอนสามารถนำไปใช้พยากรณ์กับคนทุกคนได้โดยตรง ส่วนหลักการทางโหราศาสตร์ในแบบเก่าจะสวนทางกันคือ ใช้ดาวน้อย แต่ความหมายของดาวแต่ละดวงมีมากมาย การพยากรณ์จึงต้องมีการเลือกความหมายที่คาดว่าน่าจะใช่หรือไม่ใช่อยู่เสมอ

Share :